Oh my god

Please help me, waist deep in the river, can you hear my plea?

He says, son, you come like a beggar in the street

You might make it, boy, but by the skin of your teeth

You might make it, boy, but by the skin of your teeth!

โอ้ พระผู้เป็นเจ้า

ช่วยลูกช้างด้วย ยืนอยู่กลางลำน้ำ ได้ยินคำขอของกระผมไหม

ท่านตอบว่า ไอ้ลูกชายเอ๋ย สภาพเอ็งเหมือนขอทานข้างถนน

เอ็งอาจจะรอดไปได้นะ แต่แบบเส้นยาแดงผ่าแปด!

เอ็งอาจจะรอดไปได้นะ แต่แบบเส้นยาแดงผ่าแปด!


ด้านบนคือเนื้อเพลงที่ใช้ประกอบเทรลเลอร์ของเกมนี้(เพลงบาร์โธโลมิวจากวงไซเลนท์คอเมดี้) จะด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจ แต่มันก็ได้อารมณ์ของเกมซะจริงๆ ยินดีต้อนรับกลับสู่เกมที่จะทำให้คุณอยากปาจอยทิ้งอีกครั้ง!

Dark Souls เป็นภาคต่อของเกมที่สร้างปรากฏการณ์ให้ผู้เล่นได้สบถฟักแฟงเพราะความยากนรกแตกกันมากที่สุดอย่าง Demon's souls โดยหลังจากประสบความสำเร็จไปทั้งด้านยอดขายและชื่อเสียงที่เกมเมอร์พากันสรรเสริญบอกต่อ(ว่ายากบัดซบ) FROM Software ก็วางแผนผลิตภาคต่อทันที จากวันวางจำหน่ายของDemon's soulsในปี2009 ...เพียงสองปีกว่าๆ Dark Souls ก็วางจำหน่ายพร้อมโฆษณาความเป็นดาร์คแฟนตาซีสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์

ยังไม่ทันเริ่มก็เห็นลางแล้ว

โดยการันตีว่าจะเป็นเกมแนวแอคชั่นอาร์พีจีเหมือนภาคแรก แต่จะ'โหดหินจนผู้เล่นต้องร่ำร้องและจะสนุกยอดเยี่ยมกว่าเดิมในทุกด้าน' จะเป็นอย่างคำคุยหรือจะเป็นแค่ภาคต่อโกยเงินไร้จิตวิญญาณก็มาดูกันค่ะ

Story

เปิดเรื่องด้วยการเล่าเรื่องราวในอดีตของโลกใบนี้ ในสมัยที่โลกถูกปกคลุมไปด้วยหมอก เรียกว่ายุคสมัยของมังกร แล้วในความมืดก็เกิดประกายไฟ จากประกายไฟก็เกิดแสงสว่าง เมื่อมีแสงสว่างก็มีความมืด(อย่า เพิ่ง งง) และจากความมืด'พวกมัน'ก็ถือกำเนิดขึ้น

แม่มดแห่งไอซาลิทธ์ มารดาแห่งไพโรแมนเซอร์

พวกมันได้ค้นพบวิญญาณของเทพเจ้า... หลังจากนั้น Nitoเทพแห่งความตาย Gywnเทพแห่งแสงอาทิตย์ แม่มดแห่งIzalith และSeath มังกรไร้เกล็ดผู้ทรยศเผ่าพันธุ์ของตน ทั้งสี่เปิดศึกกับเหล่ามังกรและทำให้ยุคสมัยของมังกรจบลง และยุคสมัยแห่งไฟก็เริ่มต้นขึ้น

ท่านลอร์ดกวินน์ พร้อมสายฟ้าทรงพลัง

ทว่าไม่นานนักไฟนั้นได้มอดดับลง และหลงเหลือเพียงความมืด เวลาผ่านไปนานแสนนานและเราคือลูกหลานของPygmyหนึ่งในผู้มีวิญญาณเทพที่ถูกลืม และถูกสาปด้วยวงแหวนสีดำทำให้มีชีวิตแม้หลังความตาย เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องทำให้ยุคแห่งความมืดนี้จบลง การออกเดินทางของเราจึงเริ่มต้นขึ้น

เทพสุสาน นีโต้ มาอย่างเท่ แต่บทโคตรน้อย

'งงมาก' คือความรู้สึกได้จากการพยายามทำความเข้าใจเนื้อหาของเกมนี้ เนื้อเรื่องที่ปกติก็ชวนงงและสับสนอยู่แล้ว กลับถูกเล่าออกมาด้วยช่องทางที่ไม่ประติดประต่อกัน...ทำให้เล่นจนจบแล้วก็ยังแทบจะไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่เลย เราว่าเกมบอกเล่าเนื้อหาของตนเองได้แย่'มาก' ขนาดเทียบกับdemon's soulsแล้วอันนั้นก็งงแต่ก็ยังเคลียร์มากกว่า

นอกจากเนื้อเรื่องที่เล่าไว้ตอนPrologueแล้ว ผู้เล่นก็ต้องไปหาเอาเองจากคำพูดของNPC(ที่แทบทั้งหมดไม่ได้เล่าให้เป็นเรื่องเป็นราว พูดแต่เรื่องของตัวเอง) และอ่านเอาตามคำอธิบายในไอเทมต่างๆ ว่าไผเป็นไผ ไปมายังไงแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างล่ะฟะ ถึงแม้คุณจะคุยกับnpcจนครบ(ซึ่งไม่มีทางในการเล่นรอบแรกแน่นอน เพราะมีทางเลือกที่เลือกแล้วจะไม่เจอnpcบางตัว..)

กุญแจสำคัญของเรื่อง พิ๊กมี่ผู้ถูกลืม....คนเล่นก็ลืม npcก็ลืม

แต่ถ้าไม่ได้อ่านพวกรายละเอียดในไอเทมแล้วเล่นจบก็จะมีแต่คำถาม คำถาม คำถามม แบบนี้เอามารวมเป็นเอกสารลับให้ตามเก็บเป็นเรื่องเป็นราวยังจะง่ายซะกว่านะเนี่ย แต่ถามว่ามันจำเป็นต่อความสนุกของเกมมั้ยก็อาจจะเป็นเรื่องของความชอบของแต่ละคนค่ะ ส่วนตัวเราเป็นคนที่สนใจด้านเนื้อเรื่องของเกมเป็นพิเศษจึงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ เมื่อเจอกับการนำเสนอเนื้อเรื่องที่ไม่เวิร์คแบบนี้แล้วก็ขาดความสนุกไปมากกว่าที่ควรจะได้ แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง'การนำเสนอเนื้อเรื่อง' กับ 'เนื้อเรื่อง' นะ ถึงการนำเสนอจะแย่ แต่ตัวเนื้อเรื่องนั้นสนุกทีเดียว มืดหม่นสมเป็นดาร์คแฟนตาซี และเควสย่อยแต่ละอันก็มีเนื้อหาที่น่าสนใจน่าติดตาม ยิ่งถ้าได้รู้เนื้อหาหลักของเกมแล้วก็จะยิ่งทำให้เข้าใจที่มาที่ไปมากขึ้น ทีนี้ก็จะไม่ใช่รู้แต่ว่าต้องไปสั่นระฆังสองใบ แต่ก็จะรู้ว่าบอสแต่ละตัวมีประวัติดราม่าซึ้งกินใจขนาดนั้นเลย

บอสแมงมุมคูแล็คผู้มีประวัติดราม่ากินใจแต่คนส่วนใหญ่ไม่รับรู้...

นอกจากนี้ถึงจะเป็นเกมภาคต่อแต่ก็เป็นภาคต่อแบบspiritual successor คือไม่ได้มีเนื้อเรื่องเชื่อมต่อกันแต่ประการใด ไม่ต้องเล่นภาคที่แล้วมาก็เล่นภาคนี้ได้ค่ะ (ยังไงก็งงเหมือนกันล่ะจ้า โฮ่โฮ่โฮ่)

Gameplay

ในส่วนของเกมเพลย์....เตรียมตัวตาย และตายหลายๆๆๆๆครั้งด้วย ไม่ใช่แค่คำคุยจริงกับความโหดหินที่โฆษณาไว้ แต่ภาคนี้ยากกว่าDemon's soulsจริงๆค่ะ ช่วงต้นเกมนั้นอาจจะง่ายกว่าเล็กน้อย(สำหรับคนที่เคยเล่นDemon's soulsมาแล้ว) แต่พอเลยช่วงดันเจี้ยนแรกๆไปแล้วความมันส์(?)จะบังเกิด ถึงอย่างนั้นก็อย่างเพิ่งหวั่นใจไปว่ามันจะยากจนเล่นไม่จบอะไรขนาดนั้น ทุกสถานที่ ศัตรูทุกตัว มีวิธีผ่านอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาเรียนรู้และเกมโอเวอร์หลายรอบหน่อยเท่านั้นเอง conceptหลักของเกมก็ยังคงเดิมคือ เรียนรู้จากความผิดพลาด และ ใจเย็น(ให้มากถึงมากที่สุด) ก็จะผ่านไปได้ จะยังไงก็ตาม ใครที่รู้ตัวว่าไม่เหมาะกับเกมเครียดๆกดดันๆก็อย่าลองเลยค่ะ แทนที่จะเล่นเกมเพื่อความบันเทิงจะกลายเป็นเล่นแล้วทรมานตัวเองแทนน่ะสิ

แบลคไนท์ อัศวินแห่งกวินน์ ตัวตายไปนมนานเหลือแต่เกราะและความโหด

องค์ประกอบสำคัญที่เพิ่มมาในภาคนี้คือกองไฟหรือbonfire โดยจะใช้เป็นที่อัพเลเวล ฝากของ ซ่อมอาวุธเบื้องต้น จุดวาร์ป และรีฟิลยาเพิ่มพลังและเวทย์มนต์ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางในการทำอะไรหลายๆอย่าง เวลาคุณเท่งทึงก็จะกลับไปเกิดยังกองไฟล่าสุดที่เคยพักนั่นแล ฉะนั้นเวลาเข้าแอเรียใหม่สิ่งที่พึงกระทำก็คือหากองไฟให้พบ มิเช่นนั้นอาจจะเจอเหตุการณ์รันทดที่เล่นไปสองชั่วโมงแล้วตายกลับไปเกิดยังแผนที่ที่แล้วอันห่างไกลออกไป ตอนวิ่งกลับมาฝ่ากับดักจำนวนมากและศัตรูสุดโหดทั้งฝูงอีกรอบน่ะไม่สนุกหรอกเชื่อสิ แถมกองไฟบางทียังซ่อนอยู่ในทางลับหรือจุดที่ผิดปกติไปจากสามัญสำนึก ...กวนเท้ามากๆ

เจอกองไฟทีนี่ดีใจแทบจะบินได้

ระบบสุดกดดันอย่างการเก็บโซลก็ยังอยู่ โดยโซลก็เปรียบได้กับเงินในเกมจะอัพเลเวล อัพเกรดอาวุธ ซื้อเวทย์ ซื้อของ ซ่อมอาวุธ กล่าวคือจะทำแมวน้ำอะไรก็ใช้โซลหมดทั้งนั้น โดยเราจะต้องเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา ไม่มีที่ฝากโซล และเมื่อไหร่ที่เราตายโซลทั้งหมดจะ'หล่น'อยู่ ณ จุดที่เราตาย ถ้าอยากได้คืนก็ต้องกลับไปแตะรอยเลือด ณ จุดๆนั้น โดยถ้าระหว่างทาง คุณตายซ้ำอีกรอบ รอยเลือดในตอนแรกก็จะ ฟิ้ววววว หายไปเลยเหลือเพียงรอยเลือดใหม่ที่ตายครั้งล่าสุดเพียงจุดเดียวเท่านั้น เรียกว่าเก็บเงินไว้กี่แสนกี่ล้านก็สามารถจะโบยบินไปกับสายลมได้หากประมาทเพียงชั่วครู่ คำแนะนำก็คือได้มาแล้วรีบใช้ให้เร็วที่สุด(อย่างมีประสิทธิภาพ) พูดแบบนี้คนไม่เคยเล่นอาจไม่รู้สึก แต่เวลาเงินปิ๋วเนี่ยมันโซแซด

และถึงแม้จะมีกองไฟที่ดูมีฟังก์ชันคล้ายจุดเซฟของเกมอื่นๆ แต่เกมยังคงใช้ระบบเซฟทับอัตโนมัติตลอดเวลาที่เล่นอยู่... ฉะนั้นถ้าคุณตายโซลร่วงก็ร่วงถาวร หรือถ้าคุณตัดสินใจทำอะไรลงไป(เช่นฆ่าnpcทิ้ง)ก็ถือเป็นการตัดสินใจถาวรเช่นกัน เพราะไม่สามารถรีโหลดเซฟมาแก้ไขได้ แต่เกมก็มีระบบnew game+ คือเมื่อจบเกมแล้วสามารถเริ่มเล่นรอบใหม่ด้วยอุปกรณ์ สกิลและเลเวลเดิมได้ แต่ศัตรูในรอบใหม่ก็จะเก่งขึ้น(มาก)ด้วยนะ ตัวเกมก็มีทางเลือกหลายทางที่จะทำให้เกิดความแปลกใหม่ไม่ซ้ำซากเวลาเล่นรอบใหม่อยู่แล้ว มีreplay valueหรือเล่นซ้ำได้หลายรอบนั่นเอง

อาร์ตเวิร์คของอาชีพต่างๆ  ว่าแต่ไอ้อาชีพสุดท้ายมันเอาฮานิ...

ระบบอาชีพของเกมนี้ก็ยังคงเหมือนภาคที่แล้วคือมีก็เหมือนไม่มี...ต่างกันแค่สเตตัสตอนแรกกับอุปกรณ์ติดตัวตอนเริ่มเกมเท่านั้น อาวุธและเวทย์ทุกชนิดในเกมทุกอาชีพใช้ได้หมดเมื่อสเตตัสถึงตามที่กำหนด ไม่มีข้อจำกัดอย่างอื่นแต่อย่างใด ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาของทุกอาชีพก็สามารถไปหาเก็บได้ในช่วงต้นเกมทั้งสิ้น ไม่ต้องกลัวเลือกผิดแล้วจะเปลี่ยนสายยาก เพราะฉะนั้นเลือกอาชีพที่อุปกรณ์ที่อยากได้นั่นแหล่ะจ้ะ 

การสร้างคาแรกเตอร์ก็ปรับปรุงขึ้นนิดๆ หน้าตาที่มีให้นั้นละม้ายคล้ายเอเลี่ยน กว่าจะปรับให้หล่อสวยได้ก็เสียเวลาปั้นกันหน่อย -*-

การควบคุมพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม(หรืออีกนัยหนึ่งคือยังมีส่วนที่งุ่มง่ามเหมือนเดิม)การเดินและมุมกล้องควบคุมได้อิสระด้วยอนาล็อกซ้ายและขวาตามลำดับ ติดตั้งอาวุธในมือขวามือซ้ายได้อย่างอิสระ กดใช้ด้วยR1(โจมตีเบา)/R2(โจมตีหนัก)มือซ้ายก็L1/L2 องค์ประกอบสำคัญอย่างการparry(กะจังหวะกดโจมตีสวน)และbackstab(แทงข้างหลัง)ก็ยังอยู่ และช่วยให้เล่นง่ายขึ้นเยอะ(มาก) แต่ถ้ากดไม่ติดทีก็หงายเงิบ งานเข้าได้ง่ายๆเหมือนกัน

ส่วนที่ว่าขัดใจก็ยังเหมือนเดิม คือใครคาดหวังความพริ้วโชว์คอมโบเทพคงต้องไปเล่นเกมอื่นค่ะ(คือมันห่างไกลคำว่าพริ้วโดยสิ้นเชิงจริงๆ) เกมนี้แม้แต่กับลูกกระจ๊อกก็ต้องสู้แบบระมัดระวัง เพร